
อ.เล็ก บูรณะสมบัติ |

อ.ละเอียด บูรณะสมบัติ |
|
 |
พ.ศ.2484 |
 |
| |
อาจารย์เล็ก บูรณะสมบัติ ได้ก่อตั้งโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย
ขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2484 โดยเช่าสถานที่ของ Y.M.C.A.
สะพานดำ เปิดสอนวิชาการบัญชี จนเป็นที่ยอมรับและได้ขยายที่เรียน
ไปเช่าอาคาร 3 ชั้นหน้าเมรุปูนวัดสระเกศ ถนนบำรุงเมือง โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่า
B.I.B หรือ "THE BANGKOK INSTITUTE OF BOOKKEEPERS" จนเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่
2 ขึ้นจำเป็นต้อง ปิดโรงเรียนชั่วคราว พ.ศ. 2490 ทางโรงเรียนได้เปิดทำการสอนอีกครั้งโดยเช่าชั้นที่
2 ของร้านขายหนังสือพิมส์ที่สี่กั๊กพระยาศรี ซึ่งเปิดสอนเฉพาะ
วิชาบัญชีภาษาอังกฤษ
|
|
|
 |
พ.ศ.2493 |
 |
| |
กิจการของโรงเรียนเจริญขึ้น จนต้องหาสถานที่ใหม่ โดยย้ายไปเช่าตึก
2 ชั้น 2 คูหา หน้าวังบูรพาภิรมย์ และใช้ชื่อโรงเรียน เป็นภาษาอังกฤษว่า
"THE BANGKOK INSTITUTE OF ACCOUNTANTS" หรือ B.I.A วิชาที่สอนมี
บัญชีภาษาอังกฤษ-การพาณิชย์ เปิดสอนทั้งรอบเช้า รอบเย็น
และทางไปรษณีย์ หลักสูตรที่โรงเรียนใช้นี้เป็นหลักสูตร COMMERCE
ซึ่งนักศึกษาที่จะสำเร็จการศึกษาจะต้องผ่านการ สอบโดยใช้ข้อสอบที่ส่งมาจาก
THE INSTITUTE OF BOOK-KEEPERS, LONDON,THE FACULTY OF SECRTARIES
จนเป็นที่ภาคภูมิใจว่ามี นักศึกษาของสถาบัน เคยสอบได้ที่
1 ของโลก และได้ A.W.G. MAYNE PRIZE
|
|
|
 |
พ.ศ.2496 |
 |
| |
ก.พ. ได้รับรองหลักสูตรการศึกษาวิชาบัญชีของโรงเรียน มีการจัด
ส่ง นักศึกษาไปฝึกฝนในหน่วย ราชการจนเป็นที่ยอมรับ และนายกรัฐมนตรีอนุมัติให้สำนักคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
รับนักศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีเข้าเป็น ข้าราชการได้
|
|
|
 |
พ.ศ.2506 |
 |
| |
กรุงเทพการบัญชีได้เจริญขึ้นตามลำดับจนเป็นภาพพจน์ที่ดีขึ้นเรื่อย
ๆ อาจารย์เล็ก ได้เล็งเห็นการไกลถึงแหล่งที่จะเป็นศูนย์
กลางทางธุรกิจ จึงได้จัดซื้อที่ดิน เลขที่ 588 ถนนเพชรบุรี
ตางข้ามโรงภาพยนตร์เมโทร เขตราชเทวี กรุงเทพฯ สร้างอาคารเรียน
4 ชั้น 1 หลัง มีห้องเรียน 18 ห้อง บรรจุ นักเรียนได้ห้องละ
50 คน ติดเครื่องปรับอากาศทุกห้อง มีโทรทัศน์วงจรปิดถ่ายทอดออกไป
ถึง 6 ห้องเรียน และได้เปิดดำเนินการเรียนการสอนในวันที่
10 กรกฎาคม 2507 โดยมีหม่อมหลวง ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด
|
|
|
 |
พ.ศ.2513 |
 |
| |
ได้สร้างอาคารเรียนหลังใหม่เป็นตึก 5 ชั้น ขยายการศึกษาออกไปจากหลักสูตร
COMMERCE 2 ปี ไปเป็น 3 ปี และเปิด หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ
(หลักสูตรพณิชยกรรม) ของกระทรวงศึกษาธิการ จนในที่สุดก็ได้ยกเลิกหลักสูตร
COMMERCE คงเหลือไว้แต่หลักสูตร พณิชยกรรมและได้ใช้ชื่อโรงเรียนเป็นภาษาอังกฤษว่า
BANGKOK BUSINESS COLLEGE (B.B.C.)
|
|
|
 |
พ.ศ.2523 |
 |
| |
อาจารย์เล็ก บูรณะสมบัติ ได้จัดระบบและวางแผนแนวทางการศึกษา
พัฒนาเยาวชนให้มีการศึกษา ที่มีคุณภาพ และคุณภาพ เท่านั้นที่อาจารย์เล็กท่านถือว่าจะชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้
ดังคติพจน์ที่ปรากฎ บนเครื่องหมายโรงเรียน QVALTAS VINCIT
ด้วยการทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญาให้กับ การศึกษาอย่างไม่ย่อท้อเป็นผลให้อาจารย์เล็กต้องเผชิญกับ
โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ จนในที่สุดสังขาร ท่านก็ดับลงด้วยโรคเส้นโลหิตใหญ่ในหัวใจตีบตัน
อาจารย์ละเอียด บูรณะสมบัติ ได้รับหน้าที่บริหาร ต่อมา ตำแหน่งหนึ่งที่อาจารย์ละเอียดได้ปฏิบัติและถือว่าสำคัญคือ
อาจารย์ฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็น ตำแหน่งที่มีขึ้น ในโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยเป็นแห่งแรกของโรงเรียนอาชีวศึกษา
แนวทางการปกครองของท่านเปรียบเสมือนพ่อและ แม่ของนักเรียน
และในปีเดียวกันนั้นเอง อาจารย์ละเอียดก็ได้ถึงแก่กรรม ด้วยโรคหัวใจวายสร้างความเศร้าสลดใจให้กับทุกคน
|
|
|
 |
พ.ศ.2525 |
 |
| |
เป็นปีแรกที่กรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค
(ปวท.)
|
|
|
 |
พ.ศ.2531 |
 |
| |
ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนดีเด่นประจำปีการศึกษา 2531
|
|
|
 |
พ.ศ.2534 |
 |
| |
อาจารย์พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้รับหน้าที่สืบทอดเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นของบิดา
โดยจัดระบบ การศึกษาให้ทันสมัยตรงหลักสูตร กระทรวงศึกษาธิการ
ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ขอเปิดหลักสูตรพิเศษ ขึ้นอีก 2 หลักสูตร
คือ หลักสูตรภาษาธุรกิจและหลักสูตร คอมพิวเตอร์ธุรกิจ โดยตั้งขึ้นเป็นอีก
2 โรงเรียน นอกจากนั้นยังได้วางแนวทางการเสริมสร้างระเบียบวินัยของนักศึกษา
ปรับปรุง สิ่งแวดล้อมให้มีบรรยากาศที่ดี ติดตั้งเครื่องปรับอากาศทุกห้องเรียนทั้งยังได้ดำเนินการสร้างอาคาร
50 ปี "อาคารเล็ก บูรณะสมบัติ" เป็นอาคาร 7 ชั้น มีบันไดเลื่อนและครื่องอำนวยความสะดวก
ต่อการศึกษาอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ท่านอาจารย์เล็ก
บูรณะสมบัติ ผู้ก่อตั้งสถาบัน
|
|
|
 |
พ.ศ.2535 |
 |
| |
กรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ได้พัฒนาทางการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์
ในระยะแรก ได้จัดซื้อและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีคุณภาพสูง
จำนวน 1,000 เครื่อง ใน 16 ห้อง ให้นักศึกษา ได้ใช้คอมพิวเตอร์
1 คนต่อ 1 เครื่องซึ่งถือเป็นระบบ LOCAL AREA NETWORK (LAN)
ที่ใหญ่ที่สุด ในเอเซียอาคเนย์ และได้มีการจัดแผนกบริหารระบบข้อมูล
(MANAGEMENT OF INFORMATION SYSTEM) เพื่อจัดหาและส่งข้อมูลไปใช้ในการเรียน
การสอน นอกจากนี้ยังได้จัดการทดสอบโดย ใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งทางแผนกบริหารระบบข้อมูล
(MIS) จะเป็นศูนย์กลางประสาน กับแผนกต่าง ๆ เช่น แผนกวิเคราะห์และประเมินผล
แผนกทะเบียน เป็นต้น
|
|
|
 |
พ.ศ.2536 |
 |
| |
ได้มีการติดตั้งคอมพิวเตอร์เครือข่ายระบบ LAN เพิ่มอีก 1,500
เครื่อง จำนวน 24 ห้องเรียน และได้ขยายการใช้คอมพิวเตอร์
ในการเรียนการสอนในระดับชั้น ปวช. 2 จากเดิมที่จัดให้เฉพาะ
ปวช. 3,ปวส. 1 และ ปวส. 2 ดังนั้นในปีการศึกษา 2536 กรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย
จึงมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเรียนการสอนทั้งสิ้น
2968 เครื่องในจำนวน 40 ห้องเรียน ความพยายามในการพัฒนาทางการศึกษานี้เองเป็นผลให้กรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย
ได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานศึกษาดีเด่น และรับรางวัลพระราชทาน
ประจำปีการศึกษา 2536
|
|
|
 |
พ.ศ.2537 |
 |
| |
ในเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของอาจารย์ พิเศศ บูรณะสมบัติ
ต่อการจัดการศึกษาที่จะพยายาม ขยายการเรียนการสอนโดยให้
นักศึกษาได้ใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น และให้ถือการใช้คอมพิวเตอร์
เป็นเสมือนสื่อทางการเรียนการสอนที่ทันสมัยและมีประสิทธิ
ภาพ ดังนั้น จึงนโยบายให้ใช้ระบบ MULTI MEDIA EDUCATION
ซึ่ง เป็นที่ยอมรับในวงการศึกษาต่อไป นอกจากนั้น ยังได้พยายาม
พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของครูอาจารย์ เพื่อเพิ่มคุณภาพทางการศึกษาของชาติอีกด้วย
จึงเป็นผลให้ ดร.พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้รับรางวัล ครูผู้ปฎิบัติงานมีผลงานดีเด่น
ประเภท ผู้บริหารสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ของคุรุสภาประจำปีการศึกษา
2537
|
|
|
 |
พ.ศ.2538 |
 |
| |
ดร.พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้เล็งเห็นการณ์ไกลของการศึกษาในอนาคตว่า ควรจะได้รับการพัฒนาสู่ระบบสากล จึงได้ลงนามในสัญญา ความร่วมมือทางด้านการศึกษาระหว่างกันขึ้นกับ University of Hawaii Kapiolani Community College มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15
ตุลาคม 2538เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และเพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุนความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบัน อันจะยังประโยชน์โดยรวม ทางด้านการศึกษา
|
|
|
 |
พ.ศ.2539 |
 |
| |
โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ได้ขยายเครือข่ายทางการศึกษาเพื่อ
ยกระดับการศึกษาให้เท่าเทียมกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
โดยจัดตั้งโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยลุ่มน้ำปิงขึ้น
ณ ตำบลหนองบัวใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ซึ่งเปิดสอนในระดับระกาศนียบัตรวิชาชีพ
(ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
|
|
|
 |
พ.ศ.2540 |
 |
| |
ดร.พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้ยกระดับการศึกษา โดยได้รับอนุญาตให้จัดตั้ง
วิทยาลัยลุ่มน้ำปิง ขึ้น ซึ่งถือเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนแห่งแรกของจังหวัดตาก
โดยเปิดสอนอย่างเป็นทางการในปีการศึกษา 2541 โดยองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดป้ายวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2541
|
|
|
 |
พ.ศ.2541 |
 |
| |
ดร.พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้พัฒนาระบบการบันทึกเวลาทำงานของครู และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งให้นักเรียน/นักศึกษา ใช้ในการตรวจสอบผลการเรียน และทำนายผลการเรียนล่วงหน้า โดยใช้ระบบ Barcode
|
|
|
 |
พ.ศ.2542 |
 |
| |
ได้จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดย ดร.พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ฝึกทักษะการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอน ให้ทันกับยุคสารสนเทศ จัดทำศูนย์ Internet เพื่อการศึกษาค้นคว้าข้อมูล และได้พัฒนาการเรียน การสอนในระบบ E-learning
|
|
|
 |
พ.ศ.2543 |
 |
| |
ดร.พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้พัฒนาคุณภาพทางวิชาการ โดยแต่งตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมคุณภาพทางวิชาการ เพื่อทำหน้าที่ พิจารณาข้อสอบทุกรายวิชา ทั้งระดับ ปวช. และระดับ ปวส. ก่อนนำไปให้นักเรียน/นักศึกษาสอบ และได้พัฒนาการตรวจสอบผลการเรียนของ นักเรียน/นักศึกษา ทาง Internet
|
|
|
 |
พ.ศ.2544 |
 |
| |
ดร.พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้พัฒนาระบบการเรียนการสอน โดยการพัฒนาการเรียนรู้ จากโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในสำนักงาน เพื่อให้นักเรียน/นักศึกษา มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ในการประกอบอาชีพในอนาคต
|
|
|
 |
พ.ศ.2545 |
 |
| |
ดร.พิเศศ บูรณะสมบัติ ได้พัฒนาการจัดการศึกษาในระบบ Intranet และ Internet โดยมีเครือข่าย E-learning กับโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยลุ่มน้ำปิง และวิทยาลัยลุ่มน้ำปิง จังหวัดตาก และได้พัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอน โดยให้ครูจัดทำ Lecture Note ในแต่ละรายวิชา ในลง Internet ให้นักเรียน/นักศึกษา ได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ทางด้านทฤษฎี ของแต่ละวิชา นอกจากนี้ได้พัฒนาการสอนของครู โดยให้เน้นการเรียน การสอนแบบอาชีวศึกษา และให้ครูทำงานวิจัย
|
|
|
 |
พ.ศ.2546 |
 |
| |
โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับอุดมศึกษา ต่ำกว่าปริญญาตรี จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) และในวันที่ 26 มกราคม 2547 โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ได้ขยายการจัดการศึกษาไปสู่ภูมิภาค โดยได้ร่วมลงทุนกับโรงเรียน เทคโนโลยีและพาณิชยการนครพิงค์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัยนครพิงค์ ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Bangkok Business College Nakornping (BBCN)
|
|
|
 |
พ.ศ.2547 |
 |
| |
เริ่มเปิดทำการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2546 ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และได้จัดตั้งแผนกวิจัย เพื่อส่งเสริมให้ครูทำงานวิจัย แล้วนำผลมาใช้ในการแก้ปัญหา และพัฒนาการเรียน การสอน รวมทั้งระบบบริหารจัดการ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
|
|
|
 |
พ.ศ.2548 |
 |
| |
ขอเปิดหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ (อาชีวศึกษา)เพิ่มเติมจากหลักสูตร ที่ดำเนินการอยู่ ดังนี้ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ได้แก่ สาขาการประชาสัมพันธ์ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ได้แก่ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ สาขางานการจัดการคลังสินค้า และสาขางานจัดการขนส่ง
|
|
|
|

ผู้ก่อตั้งโรงเรียน |
|